นี่เป็นเรื่องราวของน้องผม เผื่อเป็นอุธาหรกับคนที่ใช้ชีวิตอย่างประมาท ไม่ดูแลสุขภาพตัวเองครับ 

น้องผมอายุ24ปี สูง ประมาณ 175 นำหนักไม่แน่ใจ คงประมาณราวๆ 80โลขึน ไม่แน่อาจถึง 100 เมื่อประมาณ1-2ปีที่แล้ว น้องผมไม่สบายไปหาหมอปรากฏว่าเป็นความดันครับ หมอให้ยามากิน แต่พอหายแล้วก็ไม่กินต่อเนื่อง ที่น้องไปหาหมอผมไม่รู้เรื่องเลยว่าน้องผมเป็นอะไร ยังไงครับ เพราะผมไม่ได้อยู่ที่บ้านครับ ผมออกมาเช่าหออยู่กะแฟน ออกจากบ้านมาได้ 3-4 ปีแล้วครับ

ก่อนน้องผมเสียประมาณ 3-4เดือน น้องผมได้ตกงาน เลยอยู่บ้านเฉยๆๆ ไม่ได้ทำอะไรครับ หลังจากตกงานได้ประมาณ 2เดือน น้องผมไปเที่ยวทะเล ไปดำน้ำครับ ผมก็ไม่รู้เรื่องอีกละ ... น้องผมมีอาการปวดหัวจี๊ดๆ แต่เป็นแล้วหายครับ (จากคำบอกเล่าของเพื่อนที่ไปเที่ยวด้วย) เพื่อนน้องก็บอกว่าถึงบ้านแล้วเล่าให้พ่อ แม่ ฟังด้วยนะว่าปวดหัว แล้วให้ไปหาหมอด้วย แต่น้องผมก็ไม่ได้สนใจอะไร แล้วก็ไม่ได้บอก แม่ผมด้วยครับ

จากวันนั้นถึง ปัจจุบัน (ประมาณกลางมิถุนายนครับ) แม่ผมโทรมาบอกว่าพ่อผม หลงครับ แบบเป็นอัลไซเมอครับ อยู่ๆ ก็เป็นครับ ตื่นมาก็มีอาการหลงๆ พูดผิดพูดถูก ผมก็เลยบอกให้แม่บอกน้องผม 2 คนพาพ่อไปหาหมอ (น้องผม2คนเป็นฝาแฝดครับ) แต่ด้วยความดื้อ แล้วก็ไม่รู้ตัวด้วยว่าเค้าไม่สบาย ไม่ยอมไปหาหมอ แม่ก็เลยโทรมาบอกผมครับ ผมเลยบอกว่า เดี้ยว วันเสาร์-อาทิตย์ ผมพาไปเอง พออีก2วันต่อมา พี่สาวผมได้โทรหาผมตอนเช้ามืด โทรมาบอกว่าน้องผมเข้าไอซียู ด้วยอารมงัวเงียๆ ยังงงๆ อยู่ ไม่รู้อะไรเป็นอะไร ผมดันบอกไปว่าต้องไปทำงาน ... พี่ผมก็เงียบแบบอึ้งๆ ไปครับ ผมก็วางหูไป แฟนผมก็สะกิด บอกว่า น้องเข้าไอซียูนะ ผมเลยตาสว่างเลยครับ ... เลยรีบไปโรงพยาบาล พอไปถึง ผมเห็นน้องผมมีสายโยงเต็มตัวไปหมด ผมถึงกับอึ้งพูดไม่ออก น้ำตาแทบไหลแต่ไม่กล้าร้องให้ แม่ผมอยู่ข้างๆๆ ครับ เลยไม่กล้าที่จะร้องให้ หมอบอกทำไรไม่ได้ต้องรอเอ็กซเรสมองอย่างเดียว ตอนนี้ทำได้แค่ช่วยชีวิตครับ ร.พ. ที่น้องผมชื่อรพ. นวมิน2 ครับ อยู่ตรงตลาดบางปะกอก แต่ที่ รพ. ไม่มีเครื่องสแกนสมองต้องรอให้ความดันลดลง ประมาณ ครึี่ง ชม. ผมเลยถามแม่ว่า อยู่ๆ เป็นได้ยังไง เรื่องมีอยู่ว่า เมื่อคืนประมาณ4-5ทุ่ม แม่ได้ยินเสียงดังตึงตัง อยู่ที่ห้องน้องผม แม่ผมเลยเดินไปดู จะไปว่า อย่าทำเสียงดังมันดึกแล้ว พอแม่ผมเข้าไปในห้อง เห็นน้องผมนอนอยู่ น้องผมบอกแม่ว่า ขยับตัวไม่ได้ แม่ผมก็เลยด่าไปว่านี้อย่าทำเป็นเล่น (ผม3คนพี่น้องสนิทกับแม่มาก แล้วพวกผมขี้เล่นอยู่แล้วด้วย ชอบแหย่ชอบแกล้งแม่ประจำ ) แม่ก็เลยนึกว่าน้องผมแกล้งเล่นครับ น้องผมก็เลยบอกว่า ไม่ได้แกล้งขยับไม่ได้จริงๆ นอ้งผมก็เลยพยามขยับตัวให้ดู แต่ทำไมได้ ได้แต่ยกขาข้างนึงขึ้นแล้วพลิกตัว แต่ทำไม่ได้ ขาที่ยกขึ้นเลยหล่นลงพื้นดังตึงตัง แม่ผมเลยให้น้องอีกคน ฝาแฝดคน้อง ไปเรียกแท็กซี่ไปโรงพยาบาล กว่าจะขึ้นแทกซี่ได้ก็หลายนาทีแล้ว แม่ผมให้พาไป รพ. ธนบุรี2 ตามประกันสังคมครับ พอไปถึง ทาง รพ. ไม่สามารถช่วยอะไรได้ นอกจากรักษาชีวิตไว้ ด้วยเครื่องหายใจ เะพราะต้องสแกนสมองครับ ที่ รพ. ไม่มี แล้วที่ รพ. ยกเลิกประกันสังคมไปแล้ว คือใช้ไม่ได้กับ รพ. นี้แล้วครัรบ ต้องเปลี่ยน รพ. ใหม่ เลยต้องย้าย รพ. ไปนวมิน2 น้องผมได้ย้ายตอนเช้า พอไปถึงก็ทำไรไม่ได้อีก ไม่มีเครื่องสแกนสมอง ต่อออกซีเจนเหมือนเดิมครับ ต้องรอถึงประมาณเที่ยง ให้ความดันลดลง ถึงพาไปสแกนสมองที่ รพ. บางปะกอก3 ได้ครัรบ

ต้องนั่งรถพยาบาลไปสแกนสมองอีกที่นึง พอสแกนเสร้จก็ต้องกับไปนอน รพ.เดิมปรากฏว่าเส้นเลือดในสมองแตก หมอให้ยากระตุ้นสมอง ต้องรอผม 4 ชม ถ้าสมองมีการตอบสนอง ถึงผ่าตัดได้ แต่หมอก็บอกว่าผ่าไปก็เป็นเจ้าชายนิทรา แล้วถ้าญาติยืนยันให้ผ่า แต่หมอก็ไม่รับรองว่าทนยาสลบได้รึป่าว อาจจะให้ยาสลบแล้วทนไม่ได้ก็เสียชีวิต ยังไงให้ทำใจไว้ได้เลยครับ ผมเล่ามาถึงตรงนี้ ผมเสียใจมากครับ

ทำไมผมไม่อยู่ที่บ้าน ถ้าผมอยู่บ้าน ผมคงรู้เรื่องน้องผมว่าเป็นความดัน ผมจะได้บอกได้ว่าความดันต้องกินยาต่อเนื่อง....

ทำไมแม่ไม่โทรมาบอกผมตั้งแต่เกิดเรื่องเมื่อคืน ผมรู้เป็นคนสุดท้ายย ตอนเช้า ถ้าผมรู้เรื่องผมบอกให้แม่ผมพาไป รพ. บางปะกอก3 ตั้งแต่แรกแล้ว ผมพอจะรู้ว่า รพ. ในระแวกนั้น รพ. บางปะกอก3 ทันสมัยที่สุด อุปกรครบ
ผมอดคิดไม่ได้ว่า ถ้าตอนแรกไปที่รพ. บางปะกอกเลย น้องผมอาจมีโอกาสรอดมากกว่านี้ เพราะหมอสามารถวินิจฉัยได้เลย พาไปสแกนสมองได้เลย เส้นเลือดในสมองแตกถ้าได้รับการผ่าตัดเร็ว ยิ่งมี่โอกาสรอดสูงกว่า นี่กว่าจะรู้ว่าเส้นเลือดในสมองแตก ก็ประมาณเที่ยงแล้ว

แต่ความคิดพวกนี้ผมไม่กล้าที่จะบอกแม่ ได้แต่นั่งคุยกะน้องแค่ 2 คน .....

พอวันรุ่งขึ้นผมกับน้องเลยพาพ่อผมไปหาหมอ ปรากฏว่าเส้นเลือดในสมองตีบครับ แต่เป็นจุดเล็ก แต่ไปตรงกับซีกที่เกียวกับชีวิตประจำวัน พ่อผมเลยมีอาการพูดผิดๆ ถูกๆๆ ความจำสับสน เอาอดิตไปปนกับปัุจจุบันบางทีคิดเอง แล้วนึกเอาว่าเป็นเรื่องจริงที่เกิดขึ้นอยู่... พ่อผมต้องนอน รพ. 3วัน รอดูอาการครับ ถึงวันนี้พ่อผมก็สบายดี หมอให้ยามากินหลายตัว แต่ก็นับว่าแข็งแรงดีอยู่ เ้พียงแต่คงไม่เหมือนเดิมแล้ว ทางหมอก็บอกว่า ต้องทำกายถาพโดย ฝึกเค้ืาให้ข้อมูล เค้าเยอะๆ ภายใน3 เดือน มีโอกาสที่สมองจะซ่อมแซมได้ภายใน 3 เดือนครับ

มาต่อเรื่องน้องนะครับบ...
หลังจากผมพาพ่อไป รพ. อีกวันนึง พวกญาติๆ ก็มาหาที่ห้อง ไอซียู เต็มไปหมดเลยครับบ ทางผมก็ทำอะไรไม่ได้แล้ว เลยไปขอพรจากพระมั่ง เข้าวัด ทำทุกอย่าง เท่าที่จะทำได้ ครับ ทางแม่ผมก็ไปวัดหลายๆ ที่ ไปทำบุญต่อชีวิตน้อง ปรากฏว่า แม่ผมเอารูปไปผิดใบครับ มารู้อีกที ก็วันที่น้องเสียแล้วว่าแม่ผมหยิบรูปไปผิดใบ รูปที่หยิบไปเป็นน้องคนสุดท้องที่เป็นฝาแฝดครับ คือคนที่อยู่ไอซียู เป็นแฝดคนพี่ แต่แม่หยิบรูปไปทำพิธีนี่ ดันไปหยิบรูปแฝดคนน้องไปครับ ถึงตอนนี้ผมเลยคิดได้ว่า ดวงคงถึงฆาตแล้วจริงๆๆ ครับ

เมื่อตอนเด็กๆ พ่อแม่ผมไปดูดวง หมอดูทักว่าจะต้องเสียฝาแฝดไป 1 คน แต่เรื่องนานมากแล้วตั้วงแต่เพิ่งเกิดแนะครับ ผมก็เพิ่งรู้เรื่องครับ

แล้วพวกญาติๆๆ ก็เล่าให้ฟังว่า ก่อนหน้านี้ไปทำบุญที่วัดมาหลวงพ่อทักมาว่าจะมีญาติเสีย ...
ญาติอีกคน เอาวัดเดือดปีเกิด น้องผมไปให้พระดูดวงให้ ท่านบอกว่า ดวงฝาแฝดคู่นี้ตก0ทั้งคู่ครับ
เหมือนกับว่าพี่รับเคราะแทนน้องครับ เห้อออ ถึงฆาตจริงๆๆครับ

คิดดูนะครับ ขนาดแม่ผมเอง ยังหยิบรูปผิดเลย ไม่น่าเชื่อจริงๆๆ ครับ ขนาดรูปน้องผมตอนเด็กๆ นี่แยกไม่ออกเลยครับว่าคนไหนเป็นคนไหน แม่ยังรู้เลยว่าใครคือใคร พอโตขึ้นก็แยกออกง่ายแล้วครับ ขนาดนั้นแม่ผมยังหยิบรูปผิดเลยครับ .....

ที่ผมเล่ามาผมแค่อยากระบายครับ ถึงตอนนี้ผมพิมไป นั่งนึกถึงน้องไป นั่งน้ำตาซึมไป เรื่องนี้ทำใจอยากเรื่องเกินครับ ตอนนี้จิตใจผมดีขึ้นมากแล้วครับ ทำใจได้แล้ว ตอนแรกๆ ที่น้องผมยังนอนอยู่ไอซียู ยังทำใจไม่ได้ กินข้าวไม่ลงเลย แฟนผมบังคับให้กิน พอกินข้าวคำแรกเท่านั้นละ นั่งร้องไห้เลย แล้วบอกว่าน้องผมยังไม่ได้กินเลย มันหิวข้าวมันยังไม่ได้กินเลย นึกถึงแล้วน้ำตาก็ไหล เห้ออออออออ ขนาดผมไม่ได้สนิทกันเท่า น้องฝาแฝดนะครับ

2คนนั้นสนิทกันมาก ขนาดโตๆ แล้ว ตอนอยู่บ้านด้วยยังเล่นกันเป็นเด็กๆๆเลยครับ ฝาแฝดคนสุดท้อง ขนาดเป็นอาจารนะครับ ผมเห็นมัน2คนเล่นกัน ยังกะเด็กอนุบาลแนะ ไม่รู้มันทำใจได้แค่ไหน แล้วยังแม่อีก

ลืมเล่าถึงตอนบอกพ่อผมว่าน้องเสีย ......

น้องผมนอนไอซียู5วัน ถึงเสีย เวลาเสียชีวิต ประมาณ ตี2มั้งครับ พี่ผมโทรมาตอนตี2 พอเห็นชื่อพี่โทรมาผมก็รู้แล้วครับ.. ผมรับสายเสร็จ พี่ผมก็เงียบไปสักพัก ตอนนัั้นผมก็มั่นใจแล้วครับ ว่าคงเสียแล้ว แต่ผมก็ยังไม่พูดอะไรออกไป พอผมพี่ผมพูดคำแรก บอกว่า น้องผมเสียแล้วให้มา รพ. แล้ววางหูไปเลย ผมก็น้ำตาซึมเลยครับ รู้ทั้งรู้นะครับ แต่ผมก็ยังหวังให้พี่บอกว่า น้องผมอาการดีขึ้น.....

พิธีศพวันแรก ตอนนั้น พ่อผมได้เข้า รพ. เป็นวันที่ 3 ครับ ตั้งแต่นอน รพ. มาไม่มีปัญหาครับ พอวันที่น้องผมเสียครับ ผมได้ไปเยี่ยมพ่อที่ รพ. ครับ ผมก็ไปทุกวันละครับ แต่วันนี้ที่ผมไป เห็นพ่อผมอาการแปลกๆ นั่งรอหมอ ถามถึงแต่หมอ อยากถามว่าเมื่องไหร่จะได้กับบ้านครับ พอสักบ่ายๆ ผมจะกลับไปช่วยงานศพครับ ผมเลยให้แฟนผมช่วยดูพ่อให้หน่อย ให้อยู่เป็นเพื่อน ถึง 2 ทุ่มครับ ผมก็นั่งรถกับมา ได้ครึ่งทาง แฟนผมโทรมากบอกว่า พ่ออาละวาดจะกับบ้าน ผมเลยก็ต้องกลับ ไปหาพ่อผม ต้องรับกับมาบ้านครับ เหมือนเค้าจะรู้เลยครับ.. ไม่รู้สิคงประมาณ น้องผมคงดลใจอ่ะครับ ใจจริงพวกผมอ่ะ อยากให้พ่อผมไปหาน้องตั้งแต่อยู่ไอซียูแล้วครับ แต่กัวพ่อผมอาการทรุดครับ แต่ใจจริงๆ อยากให้แกมาดูน้องก่อน จะไม่ได้เจอกันแล้ว....

พองานศพวันที่ 2 ผมตัดสินใจพาพ่อไปงานศพน้องครับ ผมเลยให้ญาติผม พาพ่อผมไปงานศพตอนเย็นครับ ผมเองอยู่ช่วยงานอยู่ที่วัดครับ พอพ่อผมมา ตอนนั้นพ่อผม ยังไม่รู้เรื่อง ยังอารมดีๆๆ อยู่ พวกผมเลย พาเข้าไปที่ตั้งศพครับ แบบเดินคุยกันมาเรื่อยๆ พ่อผมก็คุยด้วย แต่พูดจาผิดๆ ถูกๆ ตามประสาครับ พอพ่อผมเห็นรูปน้องเท่านั้นละครับ พ่อผมตกใจมาก ถามว่ามาอยู่นี้ได้ไง ทำไมๆ มาอยู่นี้ได้ยังไง ผมก็เลยถามกลับไปว่า รู้เรื่องไหม.... พ่อผมก็บอก ทำไม่พี่แกมาอยู่นี้ (เค้าพูดผิดครับ ต้องบอกน้อง ) มาอยู่ได้ไง มาอยู่นี้ก็ตายสิ แล้วก็นึ่งเงียบ ผมเลยพยุงไปนั่งครับ พ่อผมไม่พูดอะไรเลย นั่งน้ำตาซึมอย่างเดียวเลยครับ เกิดมาไม่เคยเห็นพ่อนั่งร้องไห้เลยครับ ขนาดพ่อผม เคยล้มละลาย หมดตัวถึง2ครั้ง แต่เกิดมาไม่เคยเห็นพ่อผมร้องไห้เลยครับ .... พูดไม่ออกเลยจริงๆๆ ครับ

ใครผ่านมาอ่านเรื่องราวของผมจบแล้ว ผมขอร้องให้พวกคุณ ดูแลสุขถาพตัวเองให้ดีๆ นะครับ ไปตรวจสุขถาพมั้ง ปีละครั้งก็ยังดีนะครับ เรื่องเงินทอง เรื่องหนี้สิน พวกนี้ไม่ตายก็หาใหม่ได้ครับ ไม่ต้องใส่ใจมันมากนะค